"บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ยันเอง จบฤดูกาลนี้ บุรีรัมย์ แยกทางกับ กฟภ. แน่นอนแล้ว โดยเป็นการจากกันด้วยดี ปีหน้าเหลือทีมเดียวแข่งไทยพรีเมียร์ลีกใช้ชื่อ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" พร้อมวางเป้าต้องพาทีมเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้เป็นอย่างน้อยในปี พ.ศ. 2555
ประธานสโมสร "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ จ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีก ขณะนี้ที่ขยับเข้าใกล้แชมป์เข้าไปทุกขณะ หลังเกมล่าสุด นัดที่ 25 เปิดบ้านไล่ถลุง ทีทีเอ็ม พิจิตร ไปขาดลอยถึง 6-1 ทิ้งอันดับ 2 อย่างเมืองทองฯ รองฝูงที่เตะน้อยกว่า 2 นัด ถึง 12 แต้ม อย่าง "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ออกโรงมายืนยันเองว่า หลังสิ้นปี พ.ศ. 2554 นี้ ทีมจะแยกทางกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่คบหาทำทีมร่วมกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 อย่างแน่นอน
โดยเรื่องนี้ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาแล้วว่า กฟภ. จะแยกตัวจากบุรีรัมย์ เพื่อไปรวมตัวกับทีมอย่างเชียงใหม่ ตามกระแสข่าวออกมาเป็นระยะ โดยหลายคนมองว่าเป็นเรื่องของการเมืองนั้น
ล่าสุดกับเรื่องนี้ "บิ๊กเน" ได้ออกมาบอกกับ นสพ.สยามกีฬา ว่า "แน่นอนแล้วว่า หลังจบปีนี้บุรีรัมย์จะแยกตัวออกจาก กฟภ. อย่างแน่นอน ผมไม่ขอพูดอะไรมาก บอกได้แค่เพียงว่าเป็นการจากกันด้วยดี ส่วน กฟภ. เองจะไปทำทีมกับใครนั้นผมไม่ทราบ"
เหลือ 1 ทีมบู๊ไทยลีกชื่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
"บิ๊กเน" กล่าวต่ออีกด้วยว่า "ปีหน้า ะเปลี่ยนชื่อทีมใหม่เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และจะเหลือแค่เพียงทีเดียวเท่านั้นที่จะลงแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก แม้ขนาดทีมจะใหญ่ เพราะต้องมีนักเตะ 2 ทีมจากทั้ง บุรีรัมย์ พีอีเอ ขณะนี้ รวมถึง บุรีรัมย์ เอฟซี ในลีก ด.1 แต่ไม่มีปัญหาแน่นอนว่าบางคนจะหมดสัญญา และอาจมีบางรายที่เราต้องให้ทีมอื่นไป"
วางเป้า 5 ปี ขอแชมป์เอเอฟซีชปล. ประธานสโมสร บุรีรัมย์ พีอีเอ กล่าวต่ออีกด้วยว่า "ปีนี้สำหรับแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก นั้นคงไม่พลาด ส่วนอีก 2 รายการ คือโตโยต้า ลีก คัพ เราเข้าชิงไปได้แล้ว กับ เอฟเอ คัพ ที่ยังอยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์อีกทีมนั้นแน่นอนว่า เป้าหมายเราขอกวาดทุกถ้วยมาครองให้ได้ การนำเมืองทองฯ ที่เตะน้อยกว่าเรา 2 นัด ถึง 12 แต้ม เราจะไม่ประมาท ผมย้ำกับลูกทีมเสมอมาว่า เราไม่ได้แข่งกับเมืองทองฯ แต่ทุกคนนั้นแข่งกับตัวเอง หากเราเดินหน้าเก็บชัยได้ทุกนัดที่เหลือละก็ เราก็ไม่น่าที่จะพลาดแชมป์
สำหรับเป้าหมายนอกเหนือจากนี้ โดยเฉพาะกับการจะได้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชียเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ของบุรีรัมย์ นั้นผมวางเป้าไว้ว่า ปีแรก คือปี พ.ศ. 2555 นั้นจะต้องผ่านเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ ส่วนปี พ.ศ. 2556 จะต้องผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปให้ได้ หากให้ผมเลือกระหว่างเล่น เอเอฟซี คัพ แล้วมีโอกาสได้แชมป์มากกว่า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วโอกาสประสบความสำเร็จยากกว่า ผมขอเลือกอย่างหลังจะดีกว่า เพราะศักดิ์ศรีของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นมากกว่า เอเอฟซี คัพ เพราะ ชปล. นั้นทีมที่ได้เล่นจะบ่งบอกความเป็นทีมมีคุณภาพได้อย่างดี และผมต้องการทำให้เอเชีย มองว่าทีมตัวแทนจากประเทศไทยเราก็มีดีเหมือนกันที่จะไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ฉะนั้น ปีนี้เราไม่น่าพลาดแชมป์ไทยลีกนั้นผมวางเป้าไว้ว่า จะพาทีมผ่านรอบเพลย์ออฟไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น
เครดิต: สยามกีฬา
TPLShopping.com ศูนย์รวม ราคาเสื้อบอล และ เสื้อบอลไทย ยังมี เสื้อบอลไทยแท้ เสื้อบอลสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ของแท้ อัปเดต ทุกสโมสรฟุตบอลไทย เสื้อบอลไทย ทั้ง เหย้า เยือน ของแท้ เสื้อบอลไทย ที่เดียว ราคาเสื้อบอล ส่งตรงจากสโมสร
เสื้อบอลไทย รวมทุกสโมสร เมืองทองฯ ยูไนเต็ด,ชลบุรี เอฟซี,บุรีรัมย์-พีอีเอ,การท่าเรือไทย เอฟซี,บางกอกกล๊าส เอฟซี,พัทยา ยูไนเต็ด,โอสถสภา เอ็ม150-สระบุรี,ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร,เอสซีจี สมุทรสงคราม เอฟซี,บีอีซี เทโรศาสน,อินทรีเพื่อนตำรวจ,ทีโอที แคท เอฟซี,ราชนาวี ระยอง,ทหารบก,ศรีสะเกษ-เมืองไทย เอฟซี,แบงค็อก ยูไนเต็ด