คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ระบุการกลับมาครั้งนี้เป็นการตัดสินใจของ 3 ฝ่ายทั้ง ''กิเลนผยอง'', อูเด อัลเมเรีย และ ธีรศิลป์ แดงดา เพราะได้มีการสอบถามไปยังสโมสรในสเปนที่ยืนยันว่าชอบในตัวแข้งไทยรายนี้ แต่แข้งไทยอยากจะได้เกมลงเล่นมากกว่า จึงตัดสินใจกลับมาตุภูมิพร้อมกับเชื่อว่า ''เฟลิเป้มุ้ย'' ไม่ได้ล้มเหลว เพียงแต่การใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารเป็นสิ่งที่ติดขัด ยืนยันว่าได้ให้อูเด อัลเมเรีย เคลียร์เรื่องเอกสารกลับมายังเมืองไทยให้ทันก่อนวันที่ 28 ม.ค.นี้ เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนผู้เล่นให้กับทีพีแอล
คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ได้เปิดใจถึงการกลับมาของกองหน้าหมายเลข 1 ทีมชาติไทยว่า "การเดินทางกลับมาครั้งนี้ของ ธีรศิลป์ แดงดา เป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายทั้งเอสซีจี เมืองทอง, อูเด อัลเมเรีย และตัวนักเตะเอง"
"เพราะเราได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของอูเด อัลเมเรีย อยู่ตลอดว่า ธีรศิลป์ แดงดา ประสบความล้มเหลวหรือไม่ ซึ่งเขาเองก็ได้บอกเราว่าช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ธีรศิลป์ แดงดา ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะพวกเขาชอบในความประพฤติและความตั้งใจของนักเตะที่แสดงออกมาทั้งในและนอกสนามด้วยความเป็นมืออาชีพ"
ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทองกล่าวต่อว่า "แต่สาเหตุหลักของ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เรามองกันทั้งผู้บริหารของทั้ง 2 ทีม เห็นพ้องต้องกันว่า เรื่องภาษาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเราไปดูเทปการเล่นของเขาแล้ว บางจังหวะที่เขาต้องวิ่งทำทางเพื่อน เขากลับไม่สามารถทำได้ รวมถึงการฝึกซ้อมที่จะต้องใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมและโค้ช"
"เนื่องจากในช่วงของการฝึกซ้อมทีมจะไม่อนุญาตให้มีล่ามเข้าไปในสนาม ทำให้ระหว่างการฝึกซ้อมหรือการประชุมแท็กติกสตาฟฟ์โค้ชจะใช้ภาษาสเปนทั้งหมดในการสื่อสารที่เร็วมาก ทำให้เขาจับใจความสำคัญไม่ได้ หรืออาจจะรู้ได้เพียงแค่บางคำเท่านั้น บางครั้งโชคดีอยู่กับเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้ช่วยอธิบายเขาได้มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะมีน้อยมากที่พูดภาษาอังกฤษกับเขาได้"
"เมื่อภาษาสเปนของ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่แข็งแรง ทำให้เป็นเรื่องยากที่เขาจะเข้าใจกับการสื่อสาร ซึ่งเลยไปถึงการใช้ชีวิต โดยเรามั่นใจว่าหากเขาไปเล่นในลีกที่ใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาที่สองของโลก จะมีความเข้าใจในแท็กติกการเล่นและช่วงซ้อมได้แน่นอน"
คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ยังบอกอีกว่า "ในช่วงแรกเราอยากจะให้เขาอยู่กับอูเด อัลเมเรีย ต่อไป เพราะช่วงเดือน ม.ค. นักเตะบางส่วนจะไปเล่นในแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ กันเยอะ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่สำคัญที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเอง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชและทีมตกรอบโกปา เดล เรย์ ทำให้โอกาสของเขาน้อยลงไป ยิ่งช่วงนี้ โตเมอร์ เอเหม็ด เริ่มกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง ทำให้โอกาสของ ธีรศิลป์ แดงดา ยิ่งน้อยลงไป"
"เขาจึงคิดว่าถ้าในระยะ 4 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของลา ลีกา สเปน ถ้าหากไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง หรือลงแค่เพียงคิดเป็นนาทีต่อแมตช์ที่คาดว่าคงไม่มากนัก หรือนานๆ จะได้ลงสักเกม อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องความฟิตมากพอสมควร"
"เพราะฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจกลับมาเมืองไทย โดยที่ทั้ง 2 สโมสร ทั้งเอสซีจี เมืองทอง และอูเด อัลเมเรีย ไม่ได้มีการฉีกสัญญา เนื่องจากสัญญาที่ทำกันไว้นั้นเป็นสัญญาร่วมกัน ทำให้ผู้บริหารทั้ง 2 ฝั่ง รวมทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา ตัดสินใจร่วมกันหาทางออก นั่นคือการกลับมาเล่นในไทยน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด"
ให้อัลเมเรียส่งใบโอนย้ายก่อนตลาดไทยปิด
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถาม คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ว่า "เฟลิเป้มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา จะกลับมาร่วมทัพ "กิเลนผยอง" ในวันใดของเดือน ม.ค. เนื่องจากเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวของตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบสองฝั่งยุโรป และตลาดซื้อขายนักเตะของ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ม.ค.นี้
คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ บอกว่า "ถึงตอนนี้เราได้ประสานกับอูเด อัลเมเรีย เพื่อให้เคลียร์เรื่องการยกเลิกสัญญาของ ธีรศิลป์ แดงดา ทว่ายังมีส่วนที่นักเตะต้องเคลียร์ให้กับสโมสรที่สเปน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารหรือเรื่องของตัวเงินที่ได้รับอยู่ในปัจจุบัน"
"อย่างไรก็ตามเราได้บอกกับทางอูเด อัลเมเรียไปแล้วว่า เราต้องการได้เอกสารใบโอนย้ายของ ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาก่อนวันที่ 28 ม.ค.นี้ เพราะจะเป็นวันสุดท้ายที่ตลาดนักเตะของเมืองไทยจะปิดตัวลง เพื่อให้เอสซีจี เมืองทองได้ทันส่งชื่อเขาลงทะเบียนกับทีพีแอลในการเล่นให้กับทีมซีซั่นนี้"
เชื่อ "มุ้ย" เป็นเด็กใหม่เลยไม่ล้มเหลว
ต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวในเรื่องที่ว่า "เฟลิเป้มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จหรือว่าล้มเหลวกับอูเด อัลเมเรีย ในการไปเล่นในลา ลีกา ของสเปน ซึ่งถือเป็นนักเตะจากสยามประเทศที่ได้ไปค้าแข้งในแดนกระทิงดุ
คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสร "กิเลนผยอง" เผยว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่า ธีรศิลป์ แดงดา ไม่ล้มเหลวและสามารถเล่นในลา ลีกา ลีก ของสเปน ซึ่งเป็นลีกเบอร์ 1 ของโลกได้อย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่เขาจะเล่นเพื่อทีมเป็นหลักสำคัญอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาขาดหายไปนั่นคือลูกพลิกแพลงที่เคยทำได้เหมือนตอนเล่นอยู่กับทีมเอสซีจี เมืองทอง
จากการสอบถาม ธีรศิลป์ แดงดา อยู่ตลอดว่า ทีเด็ดที่เขาชอบงัดออกมาตอนเล่นอยู่กับเอสซีจี เมืองทองหายไปไหน คำตอบคือด้วยความที่เป็นคนเกรงใจคนและคิดว่าเป็นเด็กใหม่ของอูเด อัลเมเรีย เลยไม่ต้องการพลาดในช่วงของการมีบอลไว้กับตัว และไม่อยากให้โค้ชเห็นจุดบกพร่อง เชื่อว่าถ้าหากเขามีลูกพลิกแพลงจนแสดงออกมาได้ เขาจะสามารถประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้
เผยมุ้ยเข้าใจแล้วที่แข้งนอกเล่นในไทยไม่ได้
พร้อมกันนี้ คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยังกล่าวถึงสิ่งที่ได้พูดคุยกับ ธีรศิลป์ แดงดา มาโดยตลอดว่า "เขามีความเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม เกี่ยวกับนักเตะต่างชาติที่มีฝีเท้าดี แต่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นในเมืองไทยได้"
"เพราะสาเหตุหลักที่แท้จริง นั่นคือเรื่องของภาษา ธีรศิลป์ แดงดา บอกว่า หากนักเตะต่างชาติไปเล่นในลีกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ผู้เล่นเหล่านั้นจะแสดงความสามารถของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในการซ้อมหรือช่วงของการลงแข่งขัน"
"ธีรศิลป์ แดงดา จึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่า หากมาเล่นในลีกของสเปน ภาษาสเปนถือเป็นอันดับหนึ่งที่ต้องเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก เพื่อใช้ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีและสตาฟฟ์โค้ช รวมทั้งยังเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมของประเทศสเปนอีกด้วย"
อายุยังน้อยมีสิทธิ์ไปทีมพันธมิตรได้อีก
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ว่า จะมีโอกาสที่ "เฟลิเป้มุ้ย" กลับไปค้าแข้งยังต่างประเทศได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า "ด้วยการที่ ธีรศิลป์ แดงดา เพิ่งจะอายุได้ 26 ปี ทำให้เขามีโอกาสที่จะเดินทางไปเล่นฟุตบอลอาชีพยังต่างแดนได้อีกครั้งแน่นอน"
"และสโมสรของเราไม่ได้ปิดกั้นโอกาสของ ธีรศิลป์ แดงดา รวมถึงคนอื่นๆ ที่มีฝีเท้าและสโมสรต่างประเทศให้ความสนใจ ซึ่งเรายังไม่ได้คิดกันว่าจะส่งเขากลับไปเล่นยังอูเด อัลเมเรีย ในอนาคตอีกหรือไม่ เพราะตอนนี้เรากำลังโฟกัสการนำเขากลับมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกเป็นอันดับแรก"
"รวมทั้งเอสซีจี เมืองทอง ยังมีพันธมิตรที่เป็นสโมสรในต่างประเทศอยู่เยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าผู้เล่นที่เราจะส่งไปนั้นพร้อมที่จะออกเดินทางไปค้าแข้งยังต่างแดนแล้วหรือไม่"
มั่นใจปรับตัวไม่นานลงบู๊ "กิเลน" ได้ทันที
นอกจากนี้ประธานสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การกลับมาค้าแข้งในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม คำรบนี้ของ ธีรศิลป์ แดงดา จะไม่ต้องปรับตัวนาน เนื่องจากเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งและฝีเท้าดีที่ทีมต้องการอยู่แล้ว
"ผมมั่นใจว่าการกลับมาร่วมทีมเอสซีจี เมืองทอง ครั้งนี้ของ ธีรศิลป์ แดงดา จะไม่ประสบปัญหาแน่นอน แต่เขาน่าจะต้องปรับตัวให้เขากับเมืองไทยให้ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศ, เวลา และความเป็นอยู่ เพราะเขาไปคงจะต้องใช้เวลาในเรื่องดังกล่าวมากทีเดียว"
"อีกทั้งการไปเล่นให้กับอูเด อัลเมเรียครั้งนี้ เราได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เพิ่มมากกว่าเดิม เพราะที่นั่นมีโปรแกรมการซ้อมที่หนักเช่นกัน นอกจากนี้ ดราแกน ทาลายิช โค้ชของเอสซีจี เมืองทอง คงจะมีความสุขมากที่ได้กองหน้าอย่างเขากลับมาเติมเต็มแนวรุกที่ขาดหายไป ทำให้การกลับมาครั้งนี้เขาจะไม่มีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับระบบทีม และจะเป็นอีก 1 ผู้เล่นคนสำคัญของเรา ในการไล่ล่าแชมป์ฤดูกาลนี้"
ไม่ซื้อกองหน้าเพิ่มแต่เล็งปีกนอก
ไม่เพียงเท่านั้น คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยังได้ระบุว่า ทีมคงจะล้มเลิกการคว้าตัวนักเตะต่างชาติในตำแหน่งกองหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากการกลับมาของหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา
"ในตอนแรกเราคุยกันว่าคงจะหากองหน้าต่างชาติที่มีประสิทธิภาพเข้ามาสู่ทีม เพราะในจำนวนตำแหน่งดังกล่าวที่เรามีอยู่คงจะไม่เพียงพอ และได้ติดต่อผู้เล่นไว้แล้ว แต่เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง เราได้ล้มเลิกดีลต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว"
"เพราะการกลับมาของ ธีรศิลป์ แดงดา ครั้งนี้ ทำให้ทีมของเรามีกองหน้าเพิ่มเป็น 4 ราย ต่อจาก ชนานันท์ ป้อมบุบผา, วุฒิชัย ทาทอง และ คลีตัน ซิลวา ทำให้เราคิดว่าจำเป็นที่จะต้องหาตำแหน่งอื่นที่เป็นนักเตะต่างชาติเสริมเข้ามา โดยเล็งไปที่นักเตะที่สามารถเล่นปีกได้เป็นหลัก"
"ซึ่งเรายอมรับว่ามีนักเตะหลายคนที่เรากำลังดูฟอร์มอยู่ รวมทั้งในศึกเอเชียน คัพ 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย ทีมงานของเรากำลังดูผู้เล่นหลายคนที่เล่นในตำแหน่งปีกอยู่ด้วย เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราขาดหายมานานกับการทำเกมรุกของเอสซีจี เมืองทอง"
ซูฮกแข้งไทยไปเล่นไปต่างแดนสบาย
คุณพงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยังได้ปิดท้ายถึงความมั่นใจว่า ในอนาคตจะมีนักเตะไทยจำนวนมากที่จะได้ออกไปค้าแข้งยังต่างประเทศ เนื่องจากลีกของเมืองไทยกำลังสร้างมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา
"ผมมองว่าในอนาคตจะมีนักเตะไทย ที่เป็นผลผลิตในลีกบ้านเรา ออกไปค้าแข้งยังต่างประเทศที่มีลีกแข็งแกร่งระดับโลกได้อย่างแน่นอน เหมือนกับที่ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน รวมถึง วิทยา เลาหกุล เคยออกไปเล่นฟุตบอลอาชีพยังต่างแดนมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน"
"เนื่องจากปัจจุบันมาตรฐานของลีกไทย กำลังเดินหน้าสร้างความเป็นมืออาชีพและพัฒนาขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เราได้เห็นนักเตะไทยเก่งๆ มากมาย ที่ขึ้นมาเป็นนักเตะแนวหน้าของประเทศอยู่ในตอนนี้ เพราะฉะนั้นในอนาคตมีสิทธิ์ที่เราจะได้เห็นผู้เล่นไทยเดินทางไปเล่นอย่างต่างประเทศอีกเช่นกัน"
Siamsport
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]
เครดิต: สยามกีฬา
TPLShopping.com ศูนย์รวม ราคาเสื้อบอล และ เสื้อบอลไทย ยังมี เสื้อบอลไทยแท้ เสื้อบอลสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ของแท้ อัปเดต ทุกสโมสรฟุตบอลไทย เสื้อบอลไทย ทั้ง เหย้า เยือน ของแท้ เสื้อบอลไทย ที่เดียว ราคาเสื้อบอล ส่งตรงจากสโมสร
เสื้อบอลไทย รวมทุกสโมสร เมืองทองฯ ยูไนเต็ด,ชลบุรี เอฟซี,บุรีรัมย์-พีอีเอ,การท่าเรือไทย เอฟซี,บางกอกกล๊าส เอฟซี,พัทยา ยูไนเต็ด,โอสถสภา เอ็ม150-สระบุรี,ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร,เอสซีจี สมุทรสงคราม เอฟซี,บีอีซี เทโรศาสน,อินทรีเพื่อนตำรวจ,ทีโอที แคท เอฟซี,ราชนาวี ระยอง,ทหารบก,ศรีสะเกษ-เมืองไทย เอฟซี,แบงค็อก ยูไนเต็ด