"ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี กับ "กว่างโซ้ง" เชียงราย ยูไนเต็ด อาจงานเข้าโชคดีมาพร้อมโชคร้ายหากได้แชมป์บอลถ้วยน็อกเอาต์ อย่าง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ที่ 2 ทีมผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปได้แล้ว โดยจะเตะ 5 ต.ค. 57 นี้ ผงาดสร้างประวัติศาสตร์ได้แชมป์ขึ้นมามีสิทธิ์ไม่ได้ไปลุยศึกชิงแชมป์สโมสรเอเชีย เพราะรังเหย้ารวมถึงเรื่องการบริหารจัดการด้านต่างๆ ของ 2 ทีม ยังไม่ได้ตามสเปกที่ เอเอฟซี กำหนดไว้ หลัง เอเอฟซี แจ้งทุกทีมต้องมีคลับ ไลเซนซิ่ง ถ้าไม่มีจะชวดไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก
เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 8 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ สตีฟ คิม หัวหน้าคณะผู้แทนของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี พร้อมด้วย ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด จัดงานแถลงข่าวผลการตรวจมาตรฐานสนามแข่งขันของ 6 สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก หลังเจ้าหน้าที่เอเอฟซีเดินทางมาประเมินในปีนี้ ประกอบด้วย สนามลีโอ สเตเดี้ยม ของบางกอกกล๊าส เอฟซี, สนามแพท สเตเดี้ยม ของสิงห์ท่าเรือ, สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี ของราชบุรี มิตรผล เอฟซี, สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี ของสุพรรณบุรี เอฟซี, สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ของบีอีซี เทโรศาสน และสนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม ของสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด โดยทางด้าน สตีฟ คิม ออกมากล่าวถึงภาพรวมของการตรวจสนามของทั้ง 6 สโมสรว่า
"การตรวจสโมสรทั้ง 6 ของไทยในครั้งนี้บางสโมสรมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ส่วนบางสโมสรก็ยังไม่มีการพัฒนาที่ชัดเจน ที่น่าเป็นห่วงคือบางสโมสรเจ้าหน้าที่บางฝ่ายยังไม่เข้าใจเรื่องคลับ ไลเซนซิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยในปีนี้ เอเอฟซี มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประเมินประเทศที่จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ใหม่ด้วย โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อคือ 1. คะแนนสะสม ซึ่งแยกเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ จากผลงานทีมชาติ และ 70 เปอร์เซ็นต์ จากผลงานของสโมสรในฟุตบอลถ้วยเอเชีย โดยนับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา 2. มาตรฐานของสมาคมฟุตบอลฯ ภาพรวมของการจัดลีก และ 3. คลับ ไลเซนซิ่ง ของแต่ละสโมสร หากสโมสรใดไม่ได้รับคลับ ไลเซนซิ่ง จากสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ และไม่ผ่านกฎเกณฑ์ของเอเอฟซี แม้จะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในถ้วยเอเชียก็จะไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้"
"สำหรับเกณฑ์การได้รับคลับ ไลเซนซิ่ง นั้น ได้แก่ โครงสร้างของสโมสร การมีทีมเยาวชน สัญญาว่าจ้างโค้ช และ นักเตะ ใบอนุญาตทำงานของโค้ช รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในแต่ละฝ่าย สนามแข่งขันที่จะต้องได้มาตรฐาน A Class เจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งต้องมีความรู้เรื่องคลับ ไลเซนซิ่ง โดยสมาคมฟุตบอลฯ จะต้องส่งชื่อทีมที่ได้คลับ ไลเซนซิ่ง มายังเอเอฟซี ภายในวันที่ 31 ตุลาคม ส่วนโควตาของแต่ละประเทศในการได้สิทธิ์ร่วมแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จะประกาศวันที่ 29 พ.ย. ให้ทราบต่อไป"
"บิ๊กเปี๊ยก" ตั้งเป้า 5 ปี ทุกทีมต้องได้ เอ คลาส
"บิ๊กเปี๊ยก" ดร.องอาจ ก่อสินค้า กล่าวเสริมว่า "สำหรับประเทศไทยมี 5 สนามแข่งขันที่ได้มาตรฐาน เอ คลาส ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญในการได้รับคลับ ไลเซนซิ่ง ได้แก่ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด,ชลบุรี เอฟซี, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส เอฟซี และเพื่อนตำรวจ ซึ่งหมายความว่าหากสโมสรอื่นๆ โดยเฉพาะกับสุพรรณบุรี เอฟซี และ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ผ่านเข้ารอบรองฯ ศึกไทยคม เอฟเอ คัพ ไปได้แล้วนั้น สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้ก็จะไม่สามารถไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของเอเชียได้ เพราะรังเหย้ารวมถึงการบริหารจัดการทีมยังไม่ได้ตามเกณฑ์ที่เอเอฟซีกำหนด โดยทีพีแอลตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี จะออกระเบียบให้ทุกทีมต้องได้สนาม A Class ทั้งหมด แต่เรื่องนี้ต้องผ่านมติบอร์ดทีพีแอลก่อน ซึ่งจะมีการประชุมบอร์ดของไทยพรีเมียร์ลีก ในวันที่ 17 กันยายน นี้ ก่อนจะนำเรื่องถึงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่ 6 ตุลาคม ต่อไป"
Siamsport
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]
เครดิต: สยามกีฬา
TPLShopping.com ศูนย์รวม ราคาเสื้อบอล และ เสื้อบอลไทย ยังมี เสื้อบอลไทยแท้ เสื้อบอลสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ของแท้ อัปเดต ทุกสโมสรฟุตบอลไทย เสื้อบอลไทย ทั้ง เหย้า เยือน ของแท้ เสื้อบอลไทย ที่เดียว ราคาเสื้อบอล ส่งตรงจากสโมสร
เสื้อบอลไทย รวมทุกสโมสร เมืองทองฯ ยูไนเต็ด,ชลบุรี เอฟซี,บุรีรัมย์-พีอีเอ,การท่าเรือไทย เอฟซี,บางกอกกล๊าส เอฟซี,พัทยา ยูไนเต็ด,โอสถสภา เอ็ม150-สระบุรี,ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร,เอสซีจี สมุทรสงคราม เอฟซี,บีอีซี เทโรศาสน,อินทรีเพื่อนตำรวจ,ทีโอที แคท เอฟซี,ราชนาวี ระยอง,ทหารบก,ศรีสะเกษ-เมืองไทย เอฟซี,แบงค็อก ยูไนเต็ด