บิ๊กเชฐ อดีตหัวเรือใหญ่แห่งถิ่นแพท สเตเดี้ยม ประกาศลั่นวาจาจะขอเดินหน้าสู้ต่อไป เพื่อเรียกศักดิ์ศรีของตนเองคืนมา รับเตรียมยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองต่อไป พร้อมรับขอหยุดพักกับวงการฟุตบอลไทยสักระยะ
หลังจากที่ "บิ๊กเชฐ" พิเชฐ มั่นคง ได้ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสร "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ม.ค.54 ที่ผ่านมา และหลังจากนั้นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมเพื่อหาข้อตกลงในเรื่องสิทธิ์การส่งทีมเข้าแข่งขันระหว่าง การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และ สโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี โดยผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาดเมื่อสมาคมฟุตบอลฯ มอบสิทธิ์ในสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี ให้กับ องค์กรแม่การท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ยื่นคำร้องขออำนาจการบริหารคืนจาก พิเชฐ มั่งคง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2554 ด้วย
ล่าสุดในวันนี้ (3 ก.พ.54) "บิ๊กเชฐ" ได้เปิดบ้านพักส่วนตัวย่านบางนา - ตราด ให้กับบรรดาผู้สื่อข่าวได้สอบถามความรู้สึกหลังจากเรื่องทุกอย่างยุติลง
บิ๊กเชฐชี้ชัดปัญหาเรื่องสิทธิ์ส่งทีมมีมานานแล้ว
เริ่มต้น "บิ๊กเชฐ" ได้เปิดใจเรื่องแรกทันทีว่า ความจริงแล้วตนอยากจะฟ้องให้หมดสำหรับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก และการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์การทำทีมยอมรับว่าปัญหานี้มีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ์การส่งทีมเข้าแข่งขัน รวมไปถึงหนี้สินทุกอย่างที่ทีมค้างอยู่ประมาณ 50 ล้าน
ตนได้ใช้เงินส่วนตัวออกไปช่วยเหลือทีม โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย เลย จนในที่สุดได้ บ.ซุปเปอร์ริช พาร์ทเนอร์รายใหญ่เข้ามาใช้หนี้สโมสรเป็นเงินถึง 50 ล้านแทนทั้งหมด และอยู่ดีๆ การท่าฯ ก็จะเข้ามาเอาทั้งทีมและผู้เล่นและสต๊าฟโค้ชของตนไปหมด ตนจึงมองว่าไม่มีความยติธรรมกับตน
พร้อมวอนส.ฟุตบอลคิดดีๆตัดสินถูกหรือผิด
นอกจากนี้ "บิ๊กเชฐ" ยังได้กล่าวถึงสมาคมฟุตบอลด้วยว่า ตนอยากให้ทางสมาคมฟุตบอลฯ ช่วยพิจารณาดีๆ ถึงการกระทำก่อนหน้านี้ เพราะอย่าลืมว่าเรื่องสิทธิ์การส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในลีกสูงสุดอย่าง "ไทยพรีเมียร์ลีก" ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยการท่าเรือได้จัดการให้ตนเป็นรับหน้าที่นี้ไปทำทีมตั้งแต่แรก ซึ่งเมื่อเป็น บ.นิติบุคลแล้ว ก็ส่งผลให้ทีมเป็นองค์กรสมาชิกไปโดยทันที และอยู่ดีๆ ทางการเรือฯ อ้างสิทธิ์ว่าทีมการท่าเรือคือสโมรสมาชิก ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ถูกต้อง ตนจริงอยากวอนให้ทางสมาคมช่วยพิจารณากระทำของตนเองด้วยเช่นกันว่าที่ตัดสิน ไปถูกหรือผิด
ยันเดินหน้าสู้ต่อเพื่อทวงศักดิ์ศรี นายพิเชฐ คืน
หลังจากนั้น "บิ๊กเชฐ" ได้ลั่นวาจาถึงการต่อสู้เพื่อทวงสิทธิ์กลับคืนมาด้วยว่า การกระทำของตนหลังจากนี้ไม่ใช่การทวงสิทธิ์เรื่องการทำทีมคืน แต่เป็นการเรียกศักดิ์ศรีของ นายพิเชฐ มั่นคง คนนี้กลับคืนมาเท่านั้น โดยตนจะยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้มีกฏอยู่ว่าทีมห้ามฟ้องต่อสมาคม แต่ตอนนี้ตนไม่ได้มีหน้าที่อะไรในทีมอีกต่อไปแล้ว จึงมีสิทธิ์ที่จะฟ้องได้
รับขอหยุดพักกับวงการฟุตบอลไทยสักระยะ
พร้อมกันนี้ อดีตนายใหญ่แห่งถิ่นแพทสเตเดี้ยมยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อนาคตของตนเองกับฟุตบอลไทยในช่วงนี้คงต้องหยุดพักไว้ก่อน แต่ไม่รับปากว่าจะนานแค่ไหน เพราะคำพูดเปรียบเสมือนนายคน และถ้าตนพูดแล้วทำไม่ได้ตามคำพูดจะโดนมองว่าเป็นคนกลับกลอกอีก ดังนั้นจึงขออยู่เฉยๆ ก่อนดีกว่า แต่ที่สำคัญตนยังมีใจรักในวงการฟุตบอลและอยากจะเห็นบอลไทยเดินหน้าพัฒนาต่อ ไป
เครดิต: ไทยลีกออนไลน์ดอทคอม