ยังไม่ได้ข้อสรุปสำหรับสิทธิ์การทำทีม สิงห์เจ้าท่า หลังการประชุมรอบสองวันนี้ (31 ม.ค.) มิได้นำพา สมาคมต้องเลื่อนการตัดสินออกไปเป็นวันพุธที่ 2 ก.พ.นี้ เหตุเพราะต้องตีความหลักฐานอีกครั้ง พิเชฐ พร้อมรับคำตัดสิน ไม่สนใจได้หรือไม่ ขอเพียงมีการท่าเรืออยู่ต่อไป
การประชุมเพื่อพิจารณาสิทธิ์การทำทีมของสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี ในวันนี้ (31 ม.ค.54) ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระรามเก้า เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา โดยมี “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานไทยพรีเมียร์ลีก นายวีระ คำมี เจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ และตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายระหว่าง ทีมการท่าเรือไทย เอฟซี และ การท่าเรือแห่งประเทศไทย
เลื่อนตัดสินไปเป็นพุธที่ 2 ก.พ.นี้ เลขามั่นใจจบแน่นอน
หลังเสร็จสิ้นการประชุมกว่า 2 ชม. โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์แต่อย่างใด “บิ๊กเปียก” ก็เป็นตัวแทนในการแถลงบทสรุปในที่ประชุมวันนี้ว่า “เป็นการเรียกตัวแทนของทั้งสองฝ่ายเพื่อนำหลักฐานมาชี้แจงต่อทางสมาคม ซึ่งทั้งสองก็มีหลักฐานมาชี้แจงเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางสมาคมยังไม่สามารถที่จะตัดสินได้ด้วยเวลาภายในวันเดียว จึงจะขอเวลาในการตีความจากหลักฐานทั้งหมดก่อนและจะสรุปอีกครั้งในวันพุธที่ 2 ก.พ.นี้ พร้อมกับการสัมมนาไทยพรีเมียร์ลีกที่เดียวกันนี้ ซึ่งทุกอย่างจะต้องจบในวันดังกล่าวให้ได้”
คดีอาจพลิกเพราะไม่เหมือน 2 กรณีที่ผ่านมา
หลังจากนั้น นายวีระ คำมี เจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของสมาคมฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “สาเหตุที่เรายังตัดสินไม่ได้ในวันนี้เพราะกรณีของทีมการท่าเรือ จะไม่เหมือนกับราชนาวี หรือทีโอที เพราะทั้งสองทีมก่อนหน้านี้นั้นไม่มีหลักฐานที่ชี้ถึงการมอบสิทธิ์การทำทีม ให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง จึงสามารถตัดสินได้ง่าย ในขณะที่วันนี้ด้านนายพิเชฐ มั่นคง ได้นำหนังสือที่เป็นมติของบอร์ดการท่าเรือที่ทำไว้เมื่อปี 2552 ในการมอบอำนาจให้นายพิเชฐ มีสิทธิ์ในการทำทีมการท่าเรือไทย เอฟซี เพื่อส่งทีมลงเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก ทำให้เราต้องมาตรวจสอบหลักฐานกันให้ชัดเจนอีกครั้งก่อนสรุปในวันที่ 2 ก.พ.นี้ โดยนายวีระ ทิ้งท้ายด้วยว่าทางสมาคมฯ นั้นไม่มีธงล่วงหน้าสำหรับบทสรุปในเรื่องนี้อย่างแน่นอน และจะตัดสินอย่างตรงไปตรงมาด้วยหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำมาชี้แจง”
พิเชฐไม่มายเรื่องสิทธิ์ขอให้สิงห์เจ้าท่ายังมีชื่อต่อไป
ด้านนายพิเชฐ มั่นคง อดีตประธานสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี ที่เดินทางมาเป็นตัวแทนของทางฝั่งการท่าเรือไทย เอฟซี ก็ออกมาชี้แจงว่า “ถึงเวลานี้ตนไม่สนใจเรื่องสิทธิ์แล้วว่าจะได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ตนต้องการคือการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมการท่าเรือไทย เอฟซี สามารถสร้างชื่อเสียงต่อไปในฐานะทีมฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย โดยตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของทางสมาคมฟุตบอลที่จะตัดสินออกมา ซึ่งตนก็พร้อมจะรับฟังและยอมรับทุกอย่าง”
เตี้ยกับซุปเปอร์ริชยังอยู่กับทีมต่อ
ส่วนในกรณีที่ว่าหากทางฝั่งของนายพิเชฐ ไม่ได้สิทธิ์ในการทำทีมจะทำให้ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือรวมถึงพันธมิตรอย่างซุปเปอร์ริชต้องอำลาทีมไปด้วยหรือไม่นั้น อดีตประธานสโมสร “สิงห์เจ้าท่า” ก็บอกว่า “ไม่ว่าบทสรุปจะออกมาเป็นอย่างไรทั้ง "โค้ชเตี้ย" และพันธมิตรที่ตนได้เชิญเข้ามาร่วมทุนด้วยกันนั้นก็ยังจะอยู่กับทีมต่อไป เพราะถึงอย่างไรตนก็ยังคงเป็นบอร์ดของสโมสรเหมือนเดิม และเรื่องของการทำทีมก็เป็นหน้าที่ของ "เตี้ย" เหมือนเดิม เรื่องของเงินในการสนับสนุนทีมก็เป็นซุปเปอร์ริชเหมือนเดิมตามสัญญาที่ได้ ตกลงกันไว้”
เน้นย้ำเรื่องสโมสรสมาชิกกับองกรณ์สมาชิกต้องคิดให้ดี
สุดท้าย “บิ๊กเชฐ” ก็ได้เน้นย้ำฝากไปยังสมาคมฟุตบอลด้วยว่า “ในการจะตัดสินเรื่องนี้นั้นตนอยากจะให้ทางสมาคมพิจารณาเรื่องของการเป็น สมาชิกให้ถี่ถ้วนว่าความหมายของคำว่าสโมสรสมาชิก กับองกรณ์สมาชิก นั้นมันคืออะไร ซึ่งแต่เดิมตนยอมรับว่าทีมการท่าเรือไทย เอฟซี มีจุดเริ่มต้นมาจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่เมื่อทุกทีมต้องมีบริษัทนิติบุคคลในการส่งทีมลงแข่งขัน การท่าเรือแห่งประเทศไทย ก็ต้องแปลงสภาพมาเป็นการท่าเรือไทย เอฟซี ทีมีตนเป็นแกนนำในการจดทะเบียนกับไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งก็คิดเอาเองว่าทุกอย่างมันควรจะสรุปอย่างไร”
เครดิต: ไทยลีกออนไลน์ดอทคอม